8 เคล็ดลับช่วยให้แอร์รถเย็นฉ่ำทันใจ ในวันอากาศร้อนจัด

CARS24
CARS24
| อ่าน 1 นาที

ในวันอากาศร้อนจัดทะลุ 43+ องศาฯ ขึ้นรถมาหลายคนก็อยากให้แอร์เย็นฉ่ำทันใจ แต่ใช่ว่ามันจะเป็นเช่นนั้นเสมอไป เหมือนที่หลายคนพูดกันว่า "แอร์รถยนต์สู้อากาศร้อนไม่ไหว" เรารวมเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยให้แอร์เย็นฉ่ำทันใจ ทั้งยังยืดอายุการใช้งานคอมเพรสเซอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ภายในรถยนต์อีกด้วย

1. สตาร์ตรถก่อนเปิดแอร์

ก่อนสตาร์ตรถทุกครั้ง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ปิดสวิตช์ควบคุมคอมเพรสเซอร์ ( A/C) เสียก่อน เพื่อให้คอมเพรสเซอร์เป็นตัวฉุดกำลังไฟฟ้าในขณะที่เราจะสตาร์ตรถยนต์ เมื่อสตาร์ตรถแล้วก็ควรรอให้เครื่องยนต์มีอุณภูมิเพิ่มขึ้นสักเล็กน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้คอมเพรสเซอร์แอร์ถูกกระชากขณะที่รอบเครื่องยนต์สูง พอรอบเริ่มต่ำลงค่อยเปิดแอร์รถยนต์ตามปกติ เคล็ดลับนี้จะช่วยยืดอายุการใช้งานคอมเพรสเซอร์แอร์รถยนต์ได้ด้วย

2. ปิดแอร์ก่อนถึงจุดหมาย

ก่อนถึงจุดหมายสัก 5–10นาที แนะนำให้ปิดสวิตซ์ A/C และเปิดพัดลมที่ความเร็วสูงสุดแทน วิธีนี้จะช่วยลดภาระการทำงานของคอมเพรสเซอร์ และไล่ความชื้นออกจากคอล์ยเย็น (แผงทำความเย็นที่เป็นตัวสร้างความเย็น) ซึ่งจะมีความชื้นอยู่ตลอดเวลา รวมถึงไอน้ำและฝุ่นผงต่างๆ ที่ลอดผ่านเข้าไป และเมื่อเราปิดแอร์ทันทีขณะที่มีความชื้นพร้อมกับฝุ่นผงสะสมในคอล์ยเย็นก็จะเกิดการสะสมของคราบสกปรก แล้วยังช่วยป้องกันการสะสมของแบคทีเรีย ตัวการที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นอับนั่นเอง

3. ใช้ที่บังแดดทุกครั้งหลังจอดรถ

ควรพกที่บังแดดแบบป้องกันรังสี UV ชนิดพับได้ติดรถ เพื่อช่วยป้องกันความร้อนอีกชั้นหนึ่งนอกเหนือจากฟิล์มกรองแสง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนจากแสงแดด รวมถึงช่วยยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วนพลาสติกต่างๆ บนแผงคอนโซลไม่ให้แตกกรอบเร็วขึ้นด้วย

4. ปรับความเร็วพัดลมสูงไว้ เย็นไวกว่า

แทนที่จะรีบปรับอุณหภูมิรถยนต์ให้เย็นฉ่ำทันใจ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เร่งความเร็วของพัดลมก่อนจะดีกว่า เพื่อเป็นการไล่ความร้อนในระบบแอร์ แล้วค่อยปรับอุณหภูมิความเย็นที่ทำให้คุณรู้สึกชื่นใจคลายร้อน ถ้าแอร์เย็นได้ระดับที่ต้องการแล้วควรปรับอุณหภูมิลดลง เพื่อช่วยให้ลดการทำงานของคอมเพรสเซอร์แอร์ในช่วงอากาศร้อนจัด แล้วยังช่วยยืดอายุการใช้งานอีกด้วย

5. ไม่ควรเปิดกระจกรถบ่อยๆ

หลีกเลี่ยงการเปิดๆ ปิดๆ กระจกรถ เพราะนอกจากจะนำความร้อนเข้ามาในรถแล้ว ยังทำให้สิ่งสกปรกหรือฝุ่นละอองหลุดลอดเข้ามาในช่องแอร์ เพิ่มภาระให้แอร์ทำงานหนักขึ้น จากความร้อนภายนอกรถที่มากกว่าภายใน และทำให้ความเย็นภายในรถไหลออกไปด้านนอกเช่นกัน หากอยากให้แอร์สะอาดปราศจากฝุ่น เคล็ดลับง่ายๆ คือดูแลเรื่องของความสะอาดภายในรถโดยเฉพาะพื้นด้านหน้าฝั่งคนนั่ง (ข้างคนขับ) จะช่วยลดภาระการทำงานของแอร์ได้ดีขึ้น

6. เปลี่ยนแผ่นกรองอากาศในห้องโดยสาร

แผ่นกรองอากาศจะทำหน้าที่ดักจับฝุ่นละออง กรองมลพิษ และสิ่งสกปรกต่างๆ ไม่ให้เข้าไปในห้องโดยสาร หากปล่อยให้แผ่นกรองอากาศอุดตันหรือสกปรกจะทำให้ฝุ่น หรือสิ่งสกปรกปิดกั้นการไหลเวียนของอากาศได้ ทำให้ความเย็นเข้าถึงห้องโดยสารยากขึ้นและแอร์รถเย็นช้าไม่ทันใจ

7. จอดรถในที่ร่ม

หลีกเลี่ยงการจอดรถกลางแดดเท่าที่ทำได้ หรือถ้าจำเป็นจริงๆ ก็ไม่ควรจอดทิ้งไว้นานเกินไป และควรหาที่บังแดดป้องกันรังสียูวีมาใช้จะดีกว่า ทางที่ดีควรจอดรถในที่ร่มจะช่วยป้องกันไม่ให้ความร้อนสะสมในรถ ยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์พลาสติกต่างๆ ภายในรถยนต์ รวมถึงเบาะหนัง แล้วยังสามารถช่วยให้แอร์เย็นเร็วกว่ารถที่จอดกลางแดด

8. เช็กให้ชัวร์ เหตุผลที่ทำแอร์รถไม่เย็น

ถ้ารู้สึกว่า แอร์ไม่เย็นเท่าที่ควร หรือ A/C ทำงานผิดปกติ แนะนำให้ลองปิดน้ำยาแอร์หรือสวิตซ์ A/C เหลือแค่การใช้พัดลม เพื่อป้องกันไม่ให้คอมเพรสเซอร์เสียหาย จากนั้นควรนำรถไปตรวจเช็กความผิดปกติของแอร์ เพราะอาจเกิดจากคอล์ยเย็นสกปรกทำให้ลมไม่สามารถผ่านออกมาได้ จนเป็นสาเหตุของการเกิดน้ำแข็งและต้องทำการล้างแอร์จะดีที่สุด

ด้วยเคล็ดลับง่ายๆ เหล่านี้ นอกจากจะช่วยให้แอร์รถเย็นฉ่ำรับลมร้อนได้อย่างชิลล์ๆ แล้วยังช่วยยืดอายุการใช้งานคอมเพรสเซอร์แอร์และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ภายในรถยนต์อีกด้วย แต่ถ้าใครมองหารถมือสอง คุณภาพดี การันตีแอร์เย็นทุกคัน มั่นใจผ่านการตรวจเช็กสภาพโดยผู้เชี่ยวชาญกว่า 150 จุด ชมแบบออนไลน์ 24/7 ได้ที่ CARS24 ชอบคันไหนก็จองทดลองขับฟรี! พร้อมบริการส่งรถให้ลองขับถึงบ้านคุณ  

ในวันอากาศร้อนจัดทะลุ 43+ องศาฯ ขึ้นรถมาหลายคนก็อยากให้แอร์เย็นฉ่ำทันใจ แต่ใช่ว่ามันจะเป็นเช่นนั้นเสมอไป เหมือนที่หลายคนพูดกันว่า "แอร์รถยนต์สู้อากาศร้อนไม่ไหว" เรารวมเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยให้แอร์เย็นฉ่ำทันใจ ทั้งยังยืดอายุการใช้งานคอมเพรสเซอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ภายในรถยนต์อีกด้วย

1. สตาร์ตรถก่อนเปิดแอร์

ก่อนสตาร์ตรถทุกครั้ง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ปิดสวิตช์ควบคุมคอมเพรสเซอร์ ( A/C) เสียก่อน เพื่อให้คอมเพรสเซอร์เป็นตัวฉุดกำลังไฟฟ้าในขณะที่เราจะสตาร์ตรถยนต์ เมื่อสตาร์ตรถแล้วก็ควรรอให้เครื่องยนต์มีอุณภูมิเพิ่มขึ้นสักเล็กน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้คอมเพรสเซอร์แอร์ถูกกระชากขณะที่รอบเครื่องยนต์สูง พอรอบเริ่มต่ำลงค่อยเปิดแอร์รถยนต์ตามปกติ เคล็ดลับนี้จะช่วยยืดอายุการใช้งานคอมเพรสเซอร์แอร์รถยนต์ได้ด้วย

2. ปิดแอร์ก่อนถึงจุดหมาย

ก่อนถึงจุดหมายสัก 5–10นาที แนะนำให้ปิดสวิตซ์ A/C และเปิดพัดลมที่ความเร็วสูงสุดแทน วิธีนี้จะช่วยลดภาระการทำงานของคอมเพรสเซอร์ และไล่ความชื้นออกจากคอล์ยเย็น (แผงทำความเย็นที่เป็นตัวสร้างความเย็น) ซึ่งจะมีความชื้นอยู่ตลอดเวลา รวมถึงไอน้ำและฝุ่นผงต่างๆ ที่ลอดผ่านเข้าไป และเมื่อเราปิดแอร์ทันทีขณะที่มีความชื้นพร้อมกับฝุ่นผงสะสมในคอล์ยเย็นก็จะเกิดการสะสมของคราบสกปรก แล้วยังช่วยป้องกันการสะสมของแบคทีเรีย ตัวการที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นอับนั่นเอง

3. ใช้ที่บังแดดทุกครั้งหลังจอดรถ

ควรพกที่บังแดดแบบป้องกันรังสี UV ชนิดพับได้ติดรถ เพื่อช่วยป้องกันความร้อนอีกชั้นหนึ่งนอกเหนือจากฟิล์มกรองแสง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนจากแสงแดด รวมถึงช่วยยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วนพลาสติกต่างๆ บนแผงคอนโซลไม่ให้แตกกรอบเร็วขึ้นด้วย

4. ปรับความเร็วพัดลมสูงไว้ เย็นไวกว่า

แทนที่จะรีบปรับอุณหภูมิรถยนต์ให้เย็นฉ่ำทันใจ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เร่งความเร็วของพัดลมก่อนจะดีกว่า เพื่อเป็นการไล่ความร้อนในระบบแอร์ แล้วค่อยปรับอุณหภูมิความเย็นที่ทำให้คุณรู้สึกชื่นใจคลายร้อน ถ้าแอร์เย็นได้ระดับที่ต้องการแล้วควรปรับอุณหภูมิลดลง เพื่อช่วยให้ลดการทำงานของคอมเพรสเซอร์แอร์ในช่วงอากาศร้อนจัด แล้วยังช่วยยืดอายุการใช้งานอีกด้วย

5. ไม่ควรเปิดกระจกรถบ่อยๆ

หลีกเลี่ยงการเปิดๆ ปิดๆ กระจกรถ เพราะนอกจากจะนำความร้อนเข้ามาในรถแล้ว ยังทำให้สิ่งสกปรกหรือฝุ่นละอองหลุดลอดเข้ามาในช่องแอร์ เพิ่มภาระให้แอร์ทำงานหนักขึ้น จากความร้อนภายนอกรถที่มากกว่าภายใน และทำให้ความเย็นภายในรถไหลออกไปด้านนอกเช่นกัน หากอยากให้แอร์สะอาดปราศจากฝุ่น เคล็ดลับง่ายๆ คือดูแลเรื่องของความสะอาดภายในรถโดยเฉพาะพื้นด้านหน้าฝั่งคนนั่ง (ข้างคนขับ) จะช่วยลดภาระการทำงานของแอร์ได้ดีขึ้น

6. เปลี่ยนแผ่นกรองอากาศในห้องโดยสาร

แผ่นกรองอากาศจะทำหน้าที่ดักจับฝุ่นละออง กรองมลพิษ และสิ่งสกปรกต่างๆ ไม่ให้เข้าไปในห้องโดยสาร หากปล่อยให้แผ่นกรองอากาศอุดตันหรือสกปรกจะทำให้ฝุ่น หรือสิ่งสกปรกปิดกั้นการไหลเวียนของอากาศได้ ทำให้ความเย็นเข้าถึงห้องโดยสารยากขึ้นและแอร์รถเย็นช้าไม่ทันใจ

7. จอดรถในที่ร่ม

หลีกเลี่ยงการจอดรถกลางแดดเท่าที่ทำได้ หรือถ้าจำเป็นจริงๆ ก็ไม่ควรจอดทิ้งไว้นานเกินไป และควรหาที่บังแดดป้องกันรังสียูวีมาใช้จะดีกว่า ทางที่ดีควรจอดรถในที่ร่มจะช่วยป้องกันไม่ให้ความร้อนสะสมในรถ ยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์พลาสติกต่างๆ ภายในรถยนต์ รวมถึงเบาะหนัง แล้วยังสามารถช่วยให้แอร์เย็นเร็วกว่ารถที่จอดกลางแดด

8. เช็กให้ชัวร์ เหตุผลที่ทำแอร์รถไม่เย็น

ถ้ารู้สึกว่า แอร์ไม่เย็นเท่าที่ควร หรือ A/C ทำงานผิดปกติ แนะนำให้ลองปิดน้ำยาแอร์หรือสวิตซ์ A/C เหลือแค่การใช้พัดลม เพื่อป้องกันไม่ให้คอมเพรสเซอร์เสียหาย จากนั้นควรนำรถไปตรวจเช็กความผิดปกติของแอร์ เพราะอาจเกิดจากคอล์ยเย็นสกปรกทำให้ลมไม่สามารถผ่านออกมาได้ จนเป็นสาเหตุของการเกิดน้ำแข็งและต้องทำการล้างแอร์จะดีที่สุด

ด้วยเคล็ดลับง่ายๆ เหล่านี้ นอกจากจะช่วยให้แอร์รถเย็นฉ่ำรับลมร้อนได้อย่างชิลล์ๆ แล้วยังช่วยยืดอายุการใช้งานคอมเพรสเซอร์แอร์และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ภายในรถยนต์อีกด้วย แต่ถ้าใครมองหารถมือสอง คุณภาพดี การันตีแอร์เย็นทุกคัน มั่นใจผ่านการตรวจเช็กสภาพโดยผู้เชี่ยวชาญกว่า 150 จุด ชมแบบออนไลน์ 24/7 ได้ที่ CARS24 ชอบคันไหนก็จองทดลองขับฟรี! พร้อมบริการส่งรถให้ลองขับถึงบ้านคุณ  

อ่านเพิ่มเติม