"ไฮบริด" VS 'EV' รถรุ่นไหนที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คุณ!

นี่คือคำถามสุดฮิตของ พ.ศ.นี้ อนาคตและการใช้พลังงานทดแทน พร้อมทั้งรักษ์โลก มาแรงสุดๆ ในช่วงปีที่ผ่านมา เราเคยได้ยินคำว่า รถยนต์ไฮบริดมายาวนานเกินสิบปี และเมื่อสองสามปีที่แล้วคำว่า รถยนต์ไฟฟ้า 100% EV ก็กลายเป็นประเด็นร้อนมาตลอดจนปัจจุบัน

เชื่อว่าหลายคนยังสองจิตสองใจว่าจะเอารถแบบไหนดี จะซื้อรถ EV ไปเลยก็กลัวไฟฟ้าจะไปหมดกลางทาง หาที่ชาร์จไม่ได้ หรือต้องเสียเวลาชาร์จกันหลายชั่วโมง แต่พอจะเอาไฮบริดก็ต้องดูแลกันถึงสองระบบ CARS24 มีข้อมูลมาให้ช่วยตัดสินใจ ก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักรถยนต์ทั้งสองแบบกันก่อน

รถยนต์ไฮบริด Hybrid electric vehicle (HEV)

เทคโนโลยีไฮบริดทำงานแบบน้ำมันเชื้อเพลิงผสมพลังงานไฟฟ้าหรือ "ลูกผสม" โดยเครื่องยนต์หลักที่ใช้จะเป็นตัวเครื่องยนต์สันดาปภายใน ทำงานผสมผสานกับระบบมอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อน และระบบจะเลือกทำงานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าหรือเครื่องยนต์เองโดยอัตโนมัติ เพื่อให้เกิดการขับขี่ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด มีข้อดีที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อคนและโลก คือ Zero Emission หรือก็คือรถยนต์ที่ปราศจากการปล่อยมลพิษ

ขณะสตาร์ตเครื่องยนต์ หรือออกตัว มอเตอร์ไฟฟ้าจะเป็นกำลังหลัก โดยการส่งพลังงานจากแบตเตอรี่เพื่อใช้ในการขับเคลื่อน ซึ่งจะช่วยประหยัดเชื้อเพลิงอย่างมาก

เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วคงที่ ทั้งระบบเครื่องยนต์และระบบไฟฟ้า จะทำงานร่วมกันในจังหวะที่เหมาะสม เพื่อลดปริมาณการใช้เชื้อเพลิงที่ไม่จำเป็น นอกจากนั้นพลังงานส่วนเกิน เช่น เมื่อขณะชะลอความเร็วรถ ยังถูกแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าส่งกลับไปสะสมในแบตเตอรี่ เป็นเหตุผลให้รถยนต์ไฮบริดไม่จำเป็นต้องชาร์จไฟจากภายนอก

ขณะเร่งเครื่องยนต์เพื่อแซงหรือทำความเร็ว มอเตอร์ไฟฟ้าจะเข้ามาช่วยสนับสนุนเครื่องยนต์แบบเต็มกำลัง เพื่อส่งอัตราเร่งให้สูงสุดในพริบตา ลดปัญหาการรอรอบ หรือการเร่งไม่ขึ้น และยังทำให้ลดการใช้เชื้อเพลิงลงได้อีกทางหนึ่ง

CARS24 คัด 5 รถยนต์ไฮบริดที่น่าสนใจในปี 2022 (เริ่มจากราคาต่ำสุดไล่ไปนะครับ)

  1. Honda City e:HEV (ราคาประมาณ 849,000 บาท)

เครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลังสูงสุด 109 แรงม้า และมีการเครมอัตราการประหยัดเชื้อเพลิงสูงถึง 27.8 กิโลเมตร/ลิตร พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยครบครัน Honda SENSING แบบเดียวกับที่พบใน Civic และ Accord โดยมีฟังก์ชั่นการทำงาน 5 ฟังก์ชั่น ได้แก่ ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKAS), ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกเลน (RDM with LDW), ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB) และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) Honda City e:HEV RS

  1. Haval Jolion (ราคาเริ่มต้น 879,000 บาท)

รถอเนกประสงค์ในกลุ่ม B-SUV ที่พัฒนาขึ้นบนแพล็ตฟอร์มแบบโมดูลาร์ GWM Lemon แบบเดียวกับ H6 Hybrid ที่วางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน ชูจุดเด่นด้วยตัวถังขนาดใหญ่กว่าคู่แข่ง กระจังหน้าทรง Star Matrix หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ มาพร้อมเครื่องยนต์ไฮบริดทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังรวมสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 375 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์แบบ DHT (Dedicated Hybrid Transmission) ที่ออกแบบมาสำหรับระบบไฮบริดโดยเฉพาะ มีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 23.8 กม./ลิตรมี 3 รุ่นย่อย ได้แก่ Tech, Pro และ Ultra

  1. Nissan Kicks (ราคาเริ่มต้น 949,000 บาท)

Nissan Kicks รถยนต์ SUV ขนาดเล็กตัวใหม่ของ Nissan เครื่องยนต์ e-POWER อีกหนึ่งรูปแบบของไฮบริดที่เปลี่ยนน้ำมันเป็นพลังงานไฟฟ้า 100% แล้วเก็บสะสมไว้ที่แบตเตอรี่ ส่งผ่านไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 95 กิโลวัตต์ เพื่อขับเคลื่อน ให้พลังได้ 122 แรงม้า เทคโนโลยี e-Power ใน Nissan Kicks ประกอบไปด้วย มอเตอร์ไฟฟ้า EM57 เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (generator) และอุปกรณ์แปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) ทีผลิตกระแสไฟฟ้าจากเครื่องยนต์สันดาปภายในขนาด 1.2 ลิตร 12 วาล์ว 3 สูบ แถวเรียงแบบ DOHC  ซึ่งได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย Nissan Kicks e-POWER

  1. Corolla Cross Hybrid (ราคาประมาณ 1,019,000 บาท)

รถครอสโอเวอร์ SUV เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับรถยนต์ไฮบริดในระดับราคาที่จับต้องได้ มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 98 แรงม้า ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 53 กิโลวัตต์ ให้กำลังรวมสูงสุด 122 แรงม้า ทางโตโยต้าการันตีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 98 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น โดยราคาเริ่มต้นของ Corolla Cross ไฮบริด จะเป็นรุ่น Hybrid Smart ที่มาพร้อมเกียร์ E-CVT

  1. MG HS PHEV (ราคาประมาณ 1,359,000 บาท)

รถยนต์ compact SUV ระบบ Plug-in Hybrid ให้กำลังสูงสุด 284 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร โดยแยกเป็นกำลังจากเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร 162 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร และกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor 122 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 230 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์เป็นแบบ EDU II - 10 Speeds สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 ภายในเวลา 7.5 วินาที ราคาจำหน่าย NEW MG HS PHEV

รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% Electric vehicle (EV)

รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% เกิดจากการพัฒนาทางเทคโนโลยี ใช้เพียงพลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน โดยวิธีการทำงานของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบ 100% นั้น ไม่ได้มีความละเอียดและซับซ้อนเหมือนรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง มีองค์ประกอบหลักในการขับเคลื่อนเพียง 3 ส่วนเท่านั้น แต่ทั้งสามส่วนนี้ได้ก่อให้เกิดการขับเคลื่อนที่เต็มประสิทธิภาพ คือ  

  • แบตเตอรี่ พลังงานไฟฟ้าที่ชาร์จเข้ามา จะถูกเก็บไว้ที่แบตเตอรี่ ซึ่งปัจจุบันแบตเตอรี่ที่ใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า คือแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ซึ่งเก็บพลังงานไฟฟ้าได้มากและใช้งานได้ทนทานขึ้น
  • อุปกรณ์แปลงกระแสไฟฟ้า มีหน้าที่ควบคุมและแปลงกระแสไฟ จากพลังงานไฟฟ้ากระแสตรงเป็นพลังงานไฟฟ้ากระแสสลับ เพื่อส่งพลังงานต่อไปยังมอเตอร์ไฟฟ้า
  • มอเตอร์ไฟฟ้า ใช้ในการส่งพลังงานที่ได้มาจากตัวแปลงกระแสไฟฟ้า ส่งต่อไปยังเพลาเพื่อให้เกิดพลังงานในการขับเคลื่อน เป็นมิตรกับผู้คนและไม่สร้างมลภาวะต่อโลก ใช้พลังงานทางเลือกที่ดีต่อโลกมาเป็นพลังงานหลักในการขับเคลื่อนจึงทำให้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าตัวนี้กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีในอนาคตต่อไป

รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่น่าสนใจในปีนี้ CARS24 คัดมา 5 รุ่น (เริ่มจากราคาต่ำสุดไล่ไปนะครับ)

  1. MG EPZ (ราคา 988,000 บาท)

ใช้มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ให้พละกำลังสูงสุด 163 แรงม้า พร้อมแรงบิด 260 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์ไฟฟ้า สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 8.8 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดได้ที่ 185 กม./ชม. ด้านแบตเตอรี่เป็นแบบลิเธียมไอออน มีความจุ 50.3 kWh ชาร์จเต็ม 1 ครั้ง วิ่งได้ไกล 380 กม. ตามมาตรฐาน NEDC ระบบการชาร์จไฟของ MG EP 2021 ถ้าชาร์จพลังงานตั้งแต่ 0-100% แบบ AC ผ่าน MG Home Charger ที่เป็นหัวชาร์จ TYPE II ใช้เวลาประมาณ 7 ชม. 15 นาที นอกจากนี้ยังมีระบบชาร์จเร็ว หรือ Quick Charge โดยชาร์จแบบ DC ผ่านหัวชาร์จประเภท CCS Combo 2 จะให้พลังงานตั้งแต่ 0-80% ในระยะเวลาประมาณ 40 นาที

  1. ORA Good Cat (ราคาเริ่มต้น 989,000 บาท)

รถพลังงานไฟฟ้า 100% คันแรกของค่าย GWM เป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าของตระกูลแมว ORA ตัวถังแบบ Hatchback 5 ประตู ที่มากับรูปลักษณ์สุดน่ารัก แบตเตอรี่มีให้เลือก 2 ขนาด ที่วิ่งได้ไกล 400 - 500 กม. ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ระบบขับเคลื่อนจะมากับมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor ที่ให้กำลังพละกำลัง 143 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า ให้ความเร็วสูงสุด 152 กม./ชม. อัตราเร่ง 0-50 กม./ชม. ภายใน  3.8 วินาที ในรุ่น 500 ULTRA จะมากับแบตเตอรี่ลิเธียม Ternary ขนาด 63.139 kWh ที่ให้ระยะทางการวิ่ง 500 กม. ตามมาตรฐาน NEDC สามารถชาร์จด้วยไฟบ้านแบบ AC ใช้เวลาประมาณ 10 ชม. มาพร้อมระบบและชาร์จเร็วกระแสตรง DC 0-80% ใน 60 นาที และ 30-80% ใน 40 นาที

  1. Nissan Leaf (ราคาประมาณ 1,990,000 บาท)

ใช้ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า e-powertrain แบตเตอรี่เป็นแบบลิเธียมไอออนรุ่นใหม่ ที่มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา แต่ให้ความจุพลังงานถึง 40 kWh มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ารุ่น EM 57 ให้กำลังสูงสุด 110 kW หรือ 149 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดจากมอเตอร์ไฟฟ้า 320 นิวตันเมตร ส่วนอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 7.9 วินาที และเมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 100% สามารถขับได้ระยะทางสูงสุดถึง 311 กม. ตามมาตรฐาน NEDC สามารถชาร์จด้วยกำลังไฟขนาด 3.6 kW ในเวลา 12 ชม. และกำลังไฟขนาด 6.6 kW ในเวลา 6 ชม. มาพร้อมระบบชาร์จด่วนที่จะให้กำลังไฟจาก 0-80% ในเวลา 40 นาที

  1. MINI Cooper SE (ราคาประมาณ 2,290,000 ล้านบาท)

มาพร้อมกระจังหน้าทรงหกเหลี่ยม คาดด้วยเส้นสีเหลือง กับโลโก้ตัว E ที่บ่งบอกว่าเป็นรถพลังงานไฟฟ้า 100% ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ กำลังสูงสุด 184 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร  เร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 7.3 วินาที ความเร็วสูงสุดที่ 150 กม./ชม. ด้านแบตเตอรี่เป็นแบบลิเธียมไออน ขนาด 32.6 kWh ให้ระยะทางวิ่งได้ไกล 217 กม. ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC สามารถชาร์จได้ถึง 80% ภายใน 2.5 ชม. และเต็ม 100% ได้ใน 3.5 ชม. หากชาร์จจาก MINI ELECTRIC Wallbox ที่รองรับกำลังไฟได้สูงสุด 11 Kw แต่ถ้าชาร์จจากสถานีที่เป็นหัวชาร์จแบบ DC fast-charging สามารถชาร์จได้ถึง 80% ในเวลา 36 นาที

  1. BMW iX3 M Sport (ราคาประมาณ 3,399,000 บาท)

มอเตอร์ไฟฟ้าส่งพละกำลังสูงสุด 210 กิโลวัตต์/286 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ซึ่งโดดเด่นกว่ามอเตอร์ไฟฟ้าในรุ่นอื่นๆ ด้วยความสามารถในการคงแรงบิดได้แม้ระหว่างรอบสูง โลดแล่นจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 6.8 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความจุพลังงานรวมอยู่ที่ 80 กิโลวัตต์ชั่วโมง โดยสามารถนำมาใช้งานได้สูงสุด 74 กิโลวัตต์ชั่วโมง เพื่อขับเคลื่อนให้บีเอ็มดับเบิลยู iX3 ขับขี่ได้ไกลถึง 460 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP และ 470 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC สามารถชาร์จด้วยระบบไฟแบบ 1 เฟส และ 3 เฟส ได้สูงสุด 11 กิโลวัตต์ และเมื่อชาร์จแบบรวดเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง จะรับพลังงานได้สูงสุด 150 กิโลวัตต์ แบตเตอรี่แรงดันสูงในบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ยังรองรับการชาร์จจาก 0 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ได้ภายใน 34 นาที

สรุป

  • รถไฮบริดและรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ดีทั้งสองแบบ แต่ไฮบริดอาจจะราคาถูกกว่า ถึงอย่างนั้นก็ต้องดูแลทั้งสองระบบ คือเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ก็ต้องเปลี่ยนเช่นเดียวกัน
  • EV นั้นราคาขายตัวรถจะแพงกว่าเยอะ แต่ก็ไม่ต้องดูแลเรื่องของเหลวในเครื่องยนต์ เพราะเป็นระบบไฟฟ้าล้วน
  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยกันทั้งคู่ แต่ EV จะไม่ส่งของเสียในอากาศเลย
  • ปัญหาเดียวคือ ระบบชาร์จไฟที่ใช้เวลานานกว่าเติมน้ำมันมาก และก็วิ่งได้ตามระยะที่กำหนด คือเหมาะกับใช้ในเมืองมากกว่า
  • ไฮบริดน่าจะตอบโจทย์คนไทยมากว่า แต่ในอนาคตอันใกล้ EV ก็เป็นทางเลือกที่สนใจมากๆ เพราะสุดท้ายอนาคตก็จะมาเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคในที่สุด แต่ก็อีกหลายปีครับ กว่าที่ทุกประเทศทั่วโลกจะเลิกใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และเปลี่ยนมาใช้ไฟฟ้าเป็นพลังงานหลัก

ไม่ว่าคุณจะเลือกรถยนต์แบบไหน แต่ถ้าต้องการซื้อรถไฮบริดมือสอง คุณภาพดี สภาพนางฟ้า คัดพิเศษ ไมล์น้อย ไม่กรอไมล์ ไม่ชนหนัก CARS24 ของเราก็มีรถยนต์ให้เลือกเช่นกันครับ (คลิก)

โหลดความคิดเห็น
คุณสมัครเข้ารับข้อมูลเรียบร้อยแล้ว Cars24 Blog
เยี่ยมมาก! ชำระเงินให้เสร็จสิ้นในขั้นตอนต่อไป เพื่อเข้าถึงเนื้อหาพรีเมียมทั้งหมดอย่างเต็มที่
เกิดข้อผิดพลาด! ไม่สามารถลงทะเบียนหรือลิงก์ไม่ถูกต้อง
ยินดีต้อนรับอีกครั้ง! คุณลงชื่อเข้าใช้งานสำเร็จแล้ว
เกิดข้อผิดพลาด! ไม่สามารถเข้าสู่ระบบ โปรดลองอีกครั้ง
สำเร็จ! บัญชีของคุณเปิดใช้งานอย่างสมบูรณ์ ตอนนี้คุณสามารถเข้าถึงเนื้อหาทั้งหมดได้แล้ว
เกิดข้อผิดพลาด! การชำระเงินไม่สำเร็จ
สำเร็จ! ข้อมูลการเรียกเก็บเงินได้รับการอัปเดตแล้ว
เกิดข้อผิดพลาด! ข้อมูลการเรียกเก็บเงินไม่สำเร็จ