5 เหตุผลที่รถ SUV, PPV และ MPV ขับปลอดภัยกว่าในช่วงหน้าฝน

CARS24
CARS24
| อ่าน 1 นาที

ฤดูฝนเป็นช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมากกว่าฤดูอื่น รายงานวิเคราะห์สถานการณ์อุบัติเหตุบนท้องถนนของกระทรวงคมนาคมในปี 2565 ระบุว่า กว่า 45%ของอุบัติเหตุในช่วงฤดูฝนเกิดจากถนนลื่น ทัศนวิสัยไม่ดี ลมแรง กิ่งไม้ สิ่งของ หรือป้ายโฆษณาหล่นทับรถ อีกทั้งสถิติการเคลมประกันรถยนต์ยังมากที่สุดในช่วงฤดูฝนอีกด้วย โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤษภาคม มิถุนาย และสิงหาคมของทุกปี CARS24 รวบรวม 5 เหตุผลที่รถ SUV, PPV, และ MPV เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่าในช่วงฤดูฝนมาฝาก

1. น้ำหนักของตัวรถ

ด้วยน้ำหนักของรถ SUV, PPV และ MPV ที่มีน้ำหนักมาก ทำให้การควบคุมรถท่ามกลางสายฝนเป็นเรื่องง่ายกว่า ตัวถังส่วนใหญ่ของรถประเภทนี้จะมีความแข็งแรงพอที่จะรองรับน้ำฝนและถนนลื่นได้อย่างดี นอกจากนี้ เหล็กกล้าที่มีน้ำหนักมากกว่ายังช่วยป้องกันการลื่นไถลและยึดเกาะถนนได้ดีกว่ารถเล็กที่มีน้ำหนักเบา

2. ยางรถใหญ่กว่า ยึดเกาะถนนได้ดีขึ้น

ยางที่เหมาะสำหรับรถ SUV, PPV และ MPV จะได้รับการออกแบบให้แข็งแรง ทนทาน รองรับน้ำหนักได้มากกว่ารถประเภทอื่น ๆ และพร้อมสำหรับการใช้งานที่สมบุกสมบัน โดยเฉพาะยางที่ยึดเกาะถนนและรีดน้ำได้ดีเพื่อป้องกันการลื่นไถล แนะนำให้ตรวจเช็กลมยางและดอกยางให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในช่วงหน้าฝน

3. ระบบกระจายแรงบิด และความสูงของตัวรถ

รถ SUV, PPV และ MPV มีระบบกระจายแรงบิดที่สมดุลกว่า บวกกับน้ำหนักของตัวรถจึงป้องกันการลื่นไถลได้ดีกว่ารถที่มีขนาดเล็ก ยิ่งเวลาฝนตกใหม่ ๆ จะมีเศษฝุ่นและเศษดินผสมกับน้ำเกาะตามล้อรถ ส่งผลให้รถลื่นไถลและเสี่ยงต่ออุบัติเหตุได้ง่าย โดยรถเหล่านี้สามารถขับลุยน้ำได้ในระดับไม่เกิน 50 เมตร ซึ่งรถเก๋งหรือรถเล็กไม่สามารถทำได้ ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการขับรถลุยน้ำบนเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย เพราะคุณไม่รู้ว่า ระดับน้ำลึกแค่ไหนเพื่อความปลอดภัย

4. โช๊กอัพแข็งแกร่ง และระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ

โช๊กอัพของรถ 4WD สามารถกระจายแรงบิดออกเป็นสี่ล้อเท่า ๆ กัน ช่วยควบคุมแรงบิดแปรผันอัจฉริยะเพื่อป้องกันการลื่นไถลได้อย่างดี คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้รถ SUV, PPV และ MPV เหมาะสมที่สุดในการขับในวันฝนตกหนักหรือสภาพผิวถนนที่ไม่ดี ถึงอย่างนั้น ควรระมัดระวังความเร็วในการขับรถท่ามกลางสายฝนและขับรถลุยน้ำ นอกจากนี้ รถบางรุ่นยังมีระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติช่วยตรวจสอบสิ่งกีดขวาง คนข้ามถนน และชะลอความเร็วอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัยอีกด้วย

5. ที่ปัดน้ำฝนด้านหลัง ทัศนวิสัยดีกว่า

รถ SUV, PPV และ MPV จะมีที่ปัดน้ำฝนบริเวณกระจกท้ายรถมาให้ จึงช่วยให้ทัศนวิสัยดีกว่าในช่วงที่มีฝนตก โดยเฉพาะเวลาขับด้วยความเร็ว ลมจะพัดพาละอองน้ำ คราบฝุ่น และคราบโคลน ที่กระเซ็นมาจากล้อรถขึ้นไปติดกระจกหลังจึงส่งผลให้ทัศนวิสัยแย่ลง การติดตั้งที่ปัดน้ำฝนตรงกระจกท้ายรถจะช่วยรีดละอองน้ำออกจากกระจะจกหลังและช่วยให้มองเห็นได้ดีมากขึ้น

CARS24 มี รถ SUV มือสอง ให้เลือกหลายรุ่นหลายยี่ห้อ ชอบคันไหนจองผ่านแอปฯ และทดลองขับฟรี! รถทุกคันสภาพนางฟ้าและผ่านการตรวจเช็กโดยผู้เชี่ยวชาญกว่า 150 จุด หากซื้อแล้วไม่พอใจคืนเงินได้ภายใน 7 วัน พร้อมบริการรับประกันหลังการขายนาน 90 วัน หรือ 5,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

บทความที่น่าสนใจสำหรับคุณ >> รวมที่เที่ยวหน้าฝน พร้อมแนะนำรถ SUV ไว้ตะลุยเที่ยว

ฤดูฝนเป็นช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมากกว่าฤดูอื่น รายงานวิเคราะห์สถานการณ์อุบัติเหตุบนท้องถนนของกระทรวงคมนาคมในปี 2565 ระบุว่า กว่า 45%ของอุบัติเหตุในช่วงฤดูฝนเกิดจากถนนลื่น ทัศนวิสัยไม่ดี ลมแรง กิ่งไม้ สิ่งของ หรือป้ายโฆษณาหล่นทับรถ อีกทั้งสถิติการเคลมประกันรถยนต์ยังมากที่สุดในช่วงฤดูฝนอีกด้วย โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤษภาคม มิถุนาย และสิงหาคมของทุกปี CARS24 รวบรวม 5 เหตุผลที่รถ SUV, PPV, และ MPV เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่าในช่วงฤดูฝนมาฝาก

1. น้ำหนักของตัวรถ

ด้วยน้ำหนักของรถ SUV, PPV และ MPV ที่มีน้ำหนักมาก ทำให้การควบคุมรถท่ามกลางสายฝนเป็นเรื่องง่ายกว่า ตัวถังส่วนใหญ่ของรถประเภทนี้จะมีความแข็งแรงพอที่จะรองรับน้ำฝนและถนนลื่นได้อย่างดี นอกจากนี้ เหล็กกล้าที่มีน้ำหนักมากกว่ายังช่วยป้องกันการลื่นไถลและยึดเกาะถนนได้ดีกว่ารถเล็กที่มีน้ำหนักเบา

2. ยางรถใหญ่กว่า ยึดเกาะถนนได้ดีขึ้น

ยางที่เหมาะสำหรับรถ SUV, PPV และ MPV จะได้รับการออกแบบให้แข็งแรง ทนทาน รองรับน้ำหนักได้มากกว่ารถประเภทอื่น ๆ และพร้อมสำหรับการใช้งานที่สมบุกสมบัน โดยเฉพาะยางที่ยึดเกาะถนนและรีดน้ำได้ดีเพื่อป้องกันการลื่นไถล แนะนำให้ตรวจเช็กลมยางและดอกยางให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในช่วงหน้าฝน

3. ระบบกระจายแรงบิด และความสูงของตัวรถ

รถ SUV, PPV และ MPV มีระบบกระจายแรงบิดที่สมดุลกว่า บวกกับน้ำหนักของตัวรถจึงป้องกันการลื่นไถลได้ดีกว่ารถที่มีขนาดเล็ก ยิ่งเวลาฝนตกใหม่ ๆ จะมีเศษฝุ่นและเศษดินผสมกับน้ำเกาะตามล้อรถ ส่งผลให้รถลื่นไถลและเสี่ยงต่ออุบัติเหตุได้ง่าย โดยรถเหล่านี้สามารถขับลุยน้ำได้ในระดับไม่เกิน 50 เมตร ซึ่งรถเก๋งหรือรถเล็กไม่สามารถทำได้ ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการขับรถลุยน้ำบนเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย เพราะคุณไม่รู้ว่า ระดับน้ำลึกแค่ไหนเพื่อความปลอดภัย

4. โช๊กอัพแข็งแกร่ง และระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ

โช๊กอัพของรถ 4WD สามารถกระจายแรงบิดออกเป็นสี่ล้อเท่า ๆ กัน ช่วยควบคุมแรงบิดแปรผันอัจฉริยะเพื่อป้องกันการลื่นไถลได้อย่างดี คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้รถ SUV, PPV และ MPV เหมาะสมที่สุดในการขับในวันฝนตกหนักหรือสภาพผิวถนนที่ไม่ดี ถึงอย่างนั้น ควรระมัดระวังความเร็วในการขับรถท่ามกลางสายฝนและขับรถลุยน้ำ นอกจากนี้ รถบางรุ่นยังมีระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติช่วยตรวจสอบสิ่งกีดขวาง คนข้ามถนน และชะลอความเร็วอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัยอีกด้วย

5. ที่ปัดน้ำฝนด้านหลัง ทัศนวิสัยดีกว่า

รถ SUV, PPV และ MPV จะมีที่ปัดน้ำฝนบริเวณกระจกท้ายรถมาให้ จึงช่วยให้ทัศนวิสัยดีกว่าในช่วงที่มีฝนตก โดยเฉพาะเวลาขับด้วยความเร็ว ลมจะพัดพาละอองน้ำ คราบฝุ่น และคราบโคลน ที่กระเซ็นมาจากล้อรถขึ้นไปติดกระจกหลังจึงส่งผลให้ทัศนวิสัยแย่ลง การติดตั้งที่ปัดน้ำฝนตรงกระจกท้ายรถจะช่วยรีดละอองน้ำออกจากกระจะจกหลังและช่วยให้มองเห็นได้ดีมากขึ้น

CARS24 มี รถ SUV มือสอง ให้เลือกหลายรุ่นหลายยี่ห้อ ชอบคันไหนจองผ่านแอปฯ และทดลองขับฟรี! รถทุกคันสภาพนางฟ้าและผ่านการตรวจเช็กโดยผู้เชี่ยวชาญกว่า 150 จุด หากซื้อแล้วไม่พอใจคืนเงินได้ภายใน 7 วัน พร้อมบริการรับประกันหลังการขายนาน 90 วัน หรือ 5,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

บทความที่น่าสนใจสำหรับคุณ >> รวมที่เที่ยวหน้าฝน พร้อมแนะนำรถ SUV ไว้ตะลุยเที่ยว

อ่านเพิ่มเติม